สรุปสำคัญ
- ความปลอดภัยต้องมาก่อน: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำผมตรงสูตรไร้แอมโมเนีย (Ammonia-free) และทำการทดสอบการแพ้บนผิวหนังทุกครั้งก่อนใช้งานจริง เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหนังศีรษะและเส้นผม โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูง
- เทคนิคคือหัวใจของความเรียบลื่น: ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแบ่งช่อผมให้มีความหนาเท่ากัน การเว้นโคนผมขณะลงน้ำยา และการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องหนีบผมให้เหมาะสม เป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้ผลลัพธ์ผมตรงสวยเป็นธรรมชาติและไม่กลับมาชี้ฟูง่าย
- การดูแลหลังทำสำคัญเท่ากับการทำ: การปฏิบัติตามกฎเหล็กในช่วง 48 ชั่วโมงแรกอย่างเคร่งครัด เช่น การหลีกเลี่ยงความชื้นและเหงื่อ รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จะช่วยยืดอายุให้ผมของคุณตรงสลวยได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
🛍️ สินค้าแนะนำสำหรับบทความนี้
ราคาอ้างอิงเท่านั้น กรุณาตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าสินค้า





ทำไมการทำผมตรงเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยกว่าที่คิด?
ในยุคที่ทุกคนต้องการความสะดวกและคุ้มค่า การเดินเข้าซาลอนเพื่อยืดผมอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนเสมอไป ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วและเวลาที่ต้องเสียไปกับการเดินทางและรอคิว การทำผมตรงด้วยตัวเองที่บ้านจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างมหาศาล แต่ยังมอบความยืดหยุ่นให้คุณสามารถจัดการเวลาได้ตามสะดวกอีกด้วย
เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย จะเห็นได้ชัดว่าชุดผลิตภัณฑ์ทำผมตรงสำหรับทำเองที่บ้านมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก โดยมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ช่วงราคาประมาณ 75 ฿ ไปจนถึง 359 ฿ ซึ่งเมื่อเทียบกับการทำที่ร้านซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่าตัว การลงทุนกับชุดผลิตภัณฑ์คุณภาพดีสักกล่องจึงถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว คุณสามารถมีผมตรงสวยได้โดยไม่ต้องกังวลกับภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง
หลายคนอาจยังกังวลว่าการใช้สารเคมีกับเส้นผมด้วยตัวเองจะปลอดภัยหรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลมาก ผลิตภัณฑ์ทำผมตรงสมัยใหม่ไม่ได้ใช้สารเคมีที่รุนแรงและมีกลิ่นฉุนเหมือนในอดีตอีกต่อไป หลายแบรนด์หันมาใช้สูตรที่อ่อนโยนมากขึ้น เช่น สูตรไร้แอมโมเนีย หรือเสริมสารบำรุงอย่างเคราตินและน้ำมันธรรมชาติ เพื่อช่วยปกป้องและฟื้นฟูเส้นผมไปในตัว อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑ์จะอ่อนโยนเพียงใด วินัยและการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะรับประกันทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
วิธีเลือกน้ำยายืดผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผมและปลอดภัยต่อหนังศีรษะ
การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ “ใช่” เปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง เพราะนี่คือปัจจัยที่จะกำหนดทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัยของเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ การเดินเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชั้นวางโดยไม่อ่านรายละเอียดอาจนำไปสู่ปัญหาผมเสียหรือการระคายเคืองที่คาดไม่ถึงได้ ดังนั้น การทำความเข้าใจส่วนประกอบและเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผมของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือส่วนประกอบสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบางหรือกังวลเรื่องกลิ่นฉุนรุนแรง การมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุว่า “Ammonia-free” หรือ “สูตรไร้แอมโมเนีย” ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด เพราะแอมโมเนียคือสารที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย การเลือกใช้สูตรที่ปราศจากสารตัวนี้จะช่วยให้ประสบการณ์การทำผมของคุณสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ถัดมาคือการประเมินสภาพเส้นผมของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรถูกออกแบบมาให้มีความเข้มข้นแตกต่างกันเพื่อให้เหมาะกับสภาพผมที่หลากหลาย
- ผมเส้นเล็กหรือผมเสีย: ควรเลือกใช้สูตรที่อ่อนโยนที่สุด อาจเป็นสูตรสมุนไพรหรือสูตรสำหรับผมที่ผ่านการทำเคมีมาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผมถูกทำร้ายไปมากกว่าเดิม
- ผมปกติถึงผมหนาเล็กน้อย: สามารถใช้สูตรมาตรฐานหรือสูตรไร้แอมโมเนียได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความอ่อนโยน
- ผมหนาและแข็งแรงมาก: อาจจำเป็นต้องใช้สูตรที่มีความเข้มข้นสูงขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงสลวยและอยู่ทรงนาน
นอกจากนี้ ราคาที่สูงขึ้นมักมาพร้อมกับคุณภาพและส่วนผสมพิเศษที่เพิ่มเข้ามา เช่น เคราติน (Keratin) ที่ช่วยเติมเต็มโปรตีนให้เส้นผมแข็งแรง หรือ น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย การลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงเหล่านี้จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ และช่วยให้ผมของคุณยังคงนุ่มสลวยเงางามแม้อยู่ในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง
Quick Comparison: เกณฑ์การเลือกผลิตภัณฑ์ทำผมตรง
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | จุดเด่นด้านความปลอดภัย | เหมาะกับสภาพผม | ช่วงราคาโดยประมาณ (฿) |
|---|---|---|---|
| สูตรสมุนไพร/ออร์แกนิก | กลิ่นอ่อน โทนธรรมชาติ ระคายเคืองต่ำที่สุด | ผมเสียมาก ผมบาง แพ้ง่าย | 150 – 359 ฿ |
| สูตรไร้แอมโมเนีย (มาตรฐาน) | ไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรง ผลลัพธ์ชัดเจนปานกลาง-ดี | ผมปกติ ถึงผมหนาเล็กน้อย | 100 – 250 ฿ |
| สูตรเคมีเข้มข้น (Professional Use) | ผลลัพธ์ตรงกริบ อยู่ทรงนานที่สุด | ผมหนา แข็งแรง ไม่เคยผ่านการดัดย้อม | 75 – 180 ฿ |
ขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มกระบวนการทำผมตรง
การเตรียมตัวที่ดีก่อนเริ่มลงมือเปรียบเสมือนการวางรากฐานที่มั่นคง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หลายคนมักใจร้อนและข้ามขั้นตอนสำคัญเหล่านี้ไป ซึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของน้ำยาลดลงหรือเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมาได้
1. การเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์: เลือกทำในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ห้องน้ำที่สามารถเปิดหน้าต่างหรือพัดลมระบายอากาศได้ แม้คุณจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนหรือไร้แอมโมเนีย การมีอากาศหมุนเวียนที่ดีก็จะช่วยลดการสะสมของกลิ่นและไอระเหย ทำให้คุณรู้สึกสบายตัวมากขึ้นตลอดกระบวนการ นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ, หวีหาง, กิ๊บแบ่งผม, และนาฬิกาจับเวลา
2. การทำความสะอาดเส้นผมอย่างล้ำลึก: นี่คือขั้นตอนที่หลายคนมักมองข้ามแต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ก่อนการยืดผม ควรสระผมด้วย แชมพูสูตรทำความสะอาดล้ำลึก (Clarifying Shampoo) อย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดคราบผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม, ซิลิโคน, และน้ำมันที่ตกค้างอยู่บนเส้นผมออกให้หมดจด การทำเช่นนี้จะช่วยเปิดเกล็ดผมและทำให้เส้นผมสามารถดูดซับน้ำยายืดผมได้อย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ หลังจากสระผมแล้ว ห้ามใช้ครีมนวดหรือทรีตเมนต์ใดๆ เด็ดขาด
3. การเป่าผมให้แห้งสนิท 100%: ความชื้นที่หลงเหลืออยู่บนเส้นผมคือศัตรูตัวฉกาจของน้ำยายืดผม เพราะน้ำจะเข้าไปเจือจางความเข้มข้นของสารเคมี ทำให้ประสิทธิภาพลดลงและผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงตามที่คาดหวัง ดังนั้น หลังจากสระผมเสร็จแล้ว คุณต้องใช้ไดร์เป่าผมจนแห้งสนิททุกเส้น ตั้งแต่โคนจรดปลาย สังเกตได้จากผมที่ไม่มีความเย็นหรือความชื้นหลงเหลืออยู่เลยเมื่อสัมผัส
คู่มือทีละขั้นตอน: เทคนิคการลงน้ำยาและรีดผมให้ตรงเป๊ะด้วยตัวเอง
นี่คือหัวใจสำคัญของกระบวนการทั้งหมด การปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างละเอียดและใส่ใจจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ราวกับทำที่ร้านมืออาชีพ โปรดอ่านคำแนะนำทั้งหมดก่อนลงมือทำจริง
ขั้นตอนที่ 1: การทดสอบการแพ้และแบ่งช่อผม
- ทดสอบการแพ้ (Patch Test): ก่อนใช้งาน 48 ชั่วโมง ให้นำน้ำยาปริมาณเล็กน้อยทาบริเวณหลังใบหูหรือข้อพับแขน ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนกล่องแล้วล้างออก หากไม่มีอาการคัน แสบ หรือแดง แสดงว่าคุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างปลอดภัย
- การแบ่งช่อผม (Sectioning): สวมถุงมือที่ให้มาในกล่อง จากนั้นใช้หวีหางแบ่งผมออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน (หรือมากกว่านั้นหากผมหนามาก) คือ ด้านหน้าซ้าย-ขวา และด้านหลังซ้าย-ขวา แล้วใช้กิ๊บหนีบแต่ละส่วนไว้ การแบ่งผมให้เป็นระเบียบจะช่วยให้คุณลงน้ำยาได้อย่างทั่วถึงและไม่สับสน
ขั้นตอนที่ 2: การลงน้ำยายืดผม (ครีมเบอร์ 1)
- เริ่มจากช่อผมด้านหลัง บีบครีมยืดผมลงในถ้วยพลาสติก (ห้ามใช้ภาชนะโลหะ)
- ใช้แปรงจุ่มครีมแล้วเริ่มทาลงบนช่อผมทีละช่อบางๆ โดย เว้นระยะห่างจากหนังศีรษะอย่างน้อย 1-2 เซนติเมตร เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีสัมผัสกับหนังศีรษะโดยตรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแผลไหม้ได้
- ใช้หวีซี่ห่างค่อยๆ หวีเบาๆ เพื่อให้ครีมกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่โคน (ส่วนที่เว้นไว้) จรดปลายผม ทำซ้ำทีละช่อจนครบทุกส่วน
ขั้นตอนที่ 3: การทิ้งระยะเวลา (Processing Time)
- เมื่อลงครีมทั่วทั้งศีรษะแล้ว ให้ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างกล่อง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสภาพผม (เช่น 20-30 นาทีสำหรับผมธรรมดา หรือ 15-20 นาทีสำหรับผมเสีย)
- ข้อควรระวัง: อย่าทิ้งน้ำยาไว้นานเกินกว่าเวลาที่กำหนดโดยเด็ดขาด แม้จะรู้สึกว่าผมยังไม่ตรงสนิทก็ตาม เพราะการทิ้งไว้นานเกินไปคือสาเหตุหลักของปัญหาผมแห้งเสีย เปราะ และขาดร่วงอย่างรุนแรง
ขั้นตอนที่ 4: การล้างและเตรียมผมก่อนรีด
- เมื่อครบกำหนดเวลา ให้ล้างครีมยืดผมออกด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 5-10 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าเส้นผมไม่มีความลื่นของครีมหลงเหลืออยู่ ห้ามใช้แชมพูในขั้นตอนนี้
- ซับผมให้หมาดแล้วเป่าด้วยไดร์จนแห้งสนิท 100% โดยใช้ลมเย็นหรือลมอุ่น และเป่าในทิศทางจากโคนลงสู่ปลายผมเพื่อช่วยให้เกล็ดผมเรียงตัวสวยงาม
ขั้นตอนที่ 5: การหนีบผมเพื่อล็อกความตรง
- ตั้งอุณหภูมิเครื่องหนีบผมให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผม โดยทั่วไปคือ 180-200°C สำหรับผมธรรมดา และไม่ควรเกิน 180°C สำหรับผมที่อ่อนแอหรือผ่านการทำเคมี
- แบ่งผมเป็นช่อบางๆ (ยิ่งบางยิ่งดี) แล้วเริ่มหนีบจากโคนจรดปลายอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ การหนีบช่อบางๆ จะทำให้ความร้อนกระจายตัวได้ทั่วถึงและล็อกโครงสร้างเส้นผมให้ตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำซ้ำจนทั่วทั้งศีรษะ
ขั้นตอนที่ 6: การลงครีมโกรกผม (ครีมเบอร์ 2)
- หลังจากหนีบผมเสร็จทั้งศีรษะแล้ว ให้ลงครีมโกรกผม (Neutralizer) ให้ทั่วทุกเส้นผมเช่นเดียวกับขั้นตอนการลงครีมยืดผม ครีมตัวนี้จะทำหน้าที่ “ล็อก” โครงสร้างผมใหม่ให้อยู่ในสภาพตรงถาวร
- ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีตามที่ฉลากแนะนำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นจึงสามารถลงทรีตเมนต์บำรุงที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ได้ นวดทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกเป็นขั้นตอนสุดท้าย
การดูแลรักษาผมหลังทำตรง: เคล็ดลับให้ผมเรียบลื่นท่ามกลางอากาศร้อนชื้น
การยืดผมจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% ทันทีที่ล้างครีมโกรกออก แต่ต้องอาศัยการดูแลอย่างถูกวิธีในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อให้โครงสร้างเคราตินในเส้นผมเซ็ตตัวอย่างถาวร โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นที่ทำให้เหงื่อออกง่ายและผมมีโอกาสกลับมาฟูได้ การดูแลหลังทำจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน
กฎเหล็ก 48-72 ชั่วโมงแรก:
- ห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาด: งดสระผม, ว่ายน้ำ, หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ผมเปียกชื้นหรือมีเหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกายหนักๆ เพราะความชื้นจะเข้าไปรบกวนกระบวนการเซ็ตตัวของเส้นผม
- ห้ามรัด มัด หรือติดกิ๊บ: ปล่อยผมตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการมัดผม, ถักเปีย, ติดกิ๊บ, หรือแม้แต่การทัดหู เพราะรอยพับหรือรอยรัดใดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อาจกลายเป็นรอยถาวรได้
- หลีกเลี่ยงความร้อน: งดใช้เครื่องหนีบผมหรือเครื่องม้วนผมเพิ่มเติมในช่วง 3 วันแรก
การดูแลในระยะยาวเพื่อผมตรงสวย:
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม: เปลี่ยนมาใช้ แชมพูและครีมนวดที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต (Sulfate-free) เนื่องจากซัลเฟตมีความสามารถในการชะล้างที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้สารเคมีที่เคลือบผมหลุดออกเร็วเกินไปและทำให้ผมแห้ง
- บำรุงปลายผมเป็นพิเศษ: ปลายผมคือส่วนที่แห้งและแตกปลายได้ง่ายที่สุดหลังการยืด ควรใช้ เซรั่มหรือน้ำมันบำรุงผม ลูบไล้ที่ปลายผมเป็นประจำทุกวันเพื่อเติมความชุ่มชื้นและป้องกันการแตกปลาย ซึ่งมักเกิดขึ้นได้ง่ายในสภาพอากาศร้อน
- ปกป้องผมจากปัจจัยภายนอก: ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีแดดจัด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันรังสียูวีสำหรับเส้นผม เพื่อป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสียและสีซีดจาง
- เปลี่ยนปลอกหมอน: การนอนหนุน ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าซาตินหรือผ้าไหม จะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างเส้นผมกับปลอกหมอนขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยรักษาความเรียบลื่นของเส้นผมและลดการชี้ฟูในตอนเช้าได้เป็นอย่างดี
Frequently Asked Questions (FAQs) — คำถามที่พบบ่อย
- Q: หลังจากทำผมตรงแล้ว ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะสามารถสระผมหรือโดนน้ำได้?
A: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้โครงสร้างเคราตินในเส้นผมได้เซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์ หากผมโดนน้ำหรือเหงื่อในช่วงเวลานี้ ผมอาจกลับมามีคลื่นหรือชี้ฟูได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่เหงื่อออกง่าย ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายหนักๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างเด็ดขาด - Q: น้ำยายืดผมสูตรไร้แอมโมเนีย ให้ผลลัพธ์ที่ตรงและอยู่ทรงได้นานเท่ากับสูตรทั่วไปหรือไม่?
A: สูตรไร้แอมโมเนียมักจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและนุ่มลื่นกว่า แต่ความอยู่ทรงอาจสั้นกว่าสูตรเคมีเข้มข้นเล็กน้อย (โดยเฉลี่ยอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน เทียบกับ 3-4 เดือน) อย่างไรก็ตาม สูตรนี้มีความปลอดภัยต่อเส้นผมและหนังศีรษะมากกว่า ช่วยลดปัญหาผมแห้งกรอบและขาดหลุดร่วง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำซ้ำในอนาคตโดยไม่ทำลายสุขภาพผมในระยะยาว - Q: หากน้ำยาสัมผัสถูกหนังศีรษะจนเกิดอาการแสบหรือแดง ควรแก้ไขเบื้องต้นอย่างไร?
A: ให้รีบล้างบริเวณนั้นออกด้วยน้ำเย็นปริมาณมากทันที ห้ามเกาหรือถูแรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้น หากอาการแสบร้อนหรือรอยแดงยังไม่ทุเลา หรือมีตุ่มพุพองเกิดขึ้น ให้หยุดกระบวนการทั้งหมดและล้างผลิตภัณฑ์ออกจากเส้นผมทันที เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร นี่คือเหตุผลที่การทดสอบการแพ้ก่อนใช้งานจริงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นและห้ามละเลยเด็ดขาด - Q: ผมที่เคยผ่านการดัดหรือย้อมสีมาก่อน สามารถใช้น้ำยายืดผมเองที่บ้านได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษอย่างสูง คุณต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรสำหรับผมเสียหรือผมผ่านการทำเคมี (Damaged Hair Formula) โดยเฉพาะเท่านั้น และควรลดระยะเวลาในการทิ้งน้ำยา (Processing Time) ลงจากที่ระบุข้างกล่องประมาณ 30-50% เนื่องจากโครงสร้างผมมีความอ่อนแออยู่แล้ว หากผมของคุณแห้งเสียมากหรือมีสภาพเปื่อยยุ่ยเมื่อเปียกน้ำ ไม่ควรเสี่ยงทำด้วยตัวเอง และควรปรึกษาช่างผมมืออาชีพเพื่อประเมินสภาพผมก่อนตัดสินใจ







