No Result
View All Result
LazBlog
  • Technology
    • Smartphone & Tablet
    • PC & Laptop
    • Camera & CCTV
    • Tech Gadgets
    • Accessories
  • Fashion Trends
    • Women’s Fashion
    • Men’s Fashion
    • Unisex Fashion
    • Kids Fashion
  • Health & Beauty
    • Health Care
    • Cosmetics
    • Skin Care
    • Hair Care
    • Perfume
  • Home Living
    • TV
    • Major Home Appliance
    • Small Home Appliances
    • Kitchenware
    • Furniture
    • Lighting & Decoration
    • Tools
  • Lifestyle
    • Groceries & Food
    • Music & Entertainment
    • Stationery & Books
    • Pet Care
    • Gardening
    • Automotive
  • Sports & Travel
    • Holiday
    • Travel
    • Sports
  • Moms
    • Nursing
    • Milk Formula & Baby food
    • Baby Gear
    • Babywear & Clothing
    • Toys & Plays
  • Belief & Religious
    • Fortune & Horoscope
    • Traditions & Beliefs
    • Religious
  • ALL
  • Technology
    • Smartphone & Tablet
    • PC & Laptop
    • Camera & CCTV
    • Tech Gadgets
    • Accessories
  • Fashion Trends
    • Women’s Fashion
    • Men’s Fashion
    • Unisex Fashion
    • Kids Fashion
  • Health & Beauty
    • Health Care
    • Cosmetics
    • Skin Care
    • Hair Care
    • Perfume
  • Home Living
    • TV
    • Major Home Appliance
    • Small Home Appliances
    • Kitchenware
    • Furniture
    • Lighting & Decoration
    • Tools
  • Lifestyle
    • Groceries & Food
    • Music & Entertainment
    • Stationery & Books
    • Pet Care
    • Gardening
    • Automotive
  • Sports & Travel
    • Holiday
    • Travel
    • Sports
  • Moms
    • Nursing
    • Milk Formula & Baby food
    • Baby Gear
    • Babywear & Clothing
    • Toys & Plays
  • Belief & Religious
    • Fortune & Horoscope
    • Traditions & Beliefs
    • Religious
  • ALL
No Result
View All Result
LazBlog
No Result
View All Result
Home Home Living Home Appliances

การเปลี่ยนรายจ่ายร้านกาแฟเป็นเครื่องทำกาแฟที่บ้าน ช่วยบริหารงบประมาณรายเดือนได้จริงหรือ

by Baan
07/07/2026
in Home Appliances
0
การเปลี่ยนรายจ่ายร้านกาแฟเป็นเครื่องทำกาแฟที่บ้าน ช่วยบริหารงบประมาณรายเดือนได้จริงหรือ
14
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LineShare on Whatsapp

สรุปสำคัญ

  • จุดคุ้มทุนที่คำนวณได้จริง: การลงทุนในเครื่องทำกาแฟระดับเริ่มต้นสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-4 เดือน เมื่อเทียบกับการซื้อกาแฟจากร้านในราคาแก้วละ 80-120 ฿ ทุกวัน การประหยัดค่าใช้จ่ายนี้สามารถนำไปบริหารจัดการงบประมาณส่วนอื่นได้ทันที
  • สเปกสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพเครมา: แรงดันปั๊ม 15 บาร์ขึ้นไป พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิสกัดที่เสถียร เป็นปัจจัยชี้วัดหลักในการดึงเครมาที่สวยงามและสม่ำเสมอ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้มีอยู่ในเครื่องราคาประหยัด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องราคาสูงเสมอไป
  • การจัดการต้นทุนแฝงและอายุการใช้งาน: การตรวจสอบความพร้อมของอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ยางรอง และการเข้าถึงศูนย์บริการ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าซ่อมบำรุงที่บานปลาย การใช้งานที่ถูกวิธีและการบำรุงรักษาเชิงป้องกันยังช่วยยืดอายุการทำงานของมอเตอร์ให้ยาวนานขึ้น

คำนวณจุดคุ้มทุนและเปรียบเทียบรายจ่ายรายวัน

การตัดสินใจเปลี่ยนจากการซื้อกาแฟทุกเช้ามาเป็นการลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟไว้ที่บ้าน เป็นมากกว่าแค่การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ แต่คือการวางแผนบริหารงบประมาณรายเดือนอย่างชาญฉลาด ลองพิจารณาตัวเลขง่ายๆ หากคุณซื้อกาแฟวันละหนึ่งแก้วในราคาเฉลี่ย 100 ฿ ในหนึ่งเดือน (ประมาณ 22 วันทำงาน) คุณจะมีรายจ่ายเฉพาะส่วนนี้ถึง 2,200 ฿ หรือคิดเป็น 26,400 ฿ ต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย

Scene: ultra-photorealistic lifestyle shot of a bright and airy modern kitchen corner in the early morning. The surface

ทีนี้เรามาลองเปรียบเทียบกับการชงกาแฟเองที่บ้าน การลงทุนเริ่มต้นอาจอยู่ที่เครื่องทำกาแฟเอสเพรสโซระดับเริ่มต้น ซึ่งมีราคาประมาณ 3,000 – 5,000 ฿ ส่วนต้นทุนวัตถุดิบหลักคือเมล็ดกาแฟ ซึ่งเมล็ดกาแฟคุณภาพดีขนาด 500 กรัม ราคาประมาณ 500 ฿ สามารถชงได้ประมาณ 30-35 แก้ว เท่ากับว่าต้นทุนต่อแก้วจะอยู่ที่ประมาณ 15-17 ฿ เท่านั้น เมื่อรวมค่าไฟและค่าน้ำซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก ต้นทุนรวมอาจไม่เกิน 20 ฿ ต่อแก้ว

ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจึงชัดเจนมาก: คุณประหยัดเงินได้ถึง 80 ฿ ต่อแก้ว หากคำนวณจากค่าเครื่อง 4,000 ฿ คุณจะใช้เวลาเพียง 50 วัน (4,000 ฿ / 80 ฿) ในการคืนทุน หลังจากนั้น เงิน 2,200 ฿ ที่เคยเป็นค่ากาแฟทุกเดือนจะกลายเป็น เงินออมหรือเงินที่สามารถจัดสรรไปใช้ในส่วนอื่น ได้ทันที เช่น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ การมองเห็นภาพรวมเช่นนี้จะช่วยให้คุณตระหนักว่า การชงกาแฟเองไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรก แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างวินัยทางการเงินและเพิ่มเงินในกระเป๋าได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

เลือกเครื่องทำกาแฟที่ตอบโจทย์แรงดันและอุณหภูมิ

หลายคนกังวลว่าเครื่องทำกาแฟราคาประหยัดจะไม่สามารถสร้างสรรค์กาแฟแก้วโปรดได้เทียบเท่ากับร้านกาแฟมืออาชีพ โดยเฉพาะเรื่องของ “เครมา” หรือฟองครีมสีทองที่ลอยอยู่บนผิวหน้าของเอสเพรสโซช็อต ความจริงแล้ว คุณภาพของเครมาไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเครื่องเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญ 2 ประการ คือ แรงดันปั๊ม (Pump Pressure) และ ความเสถียรของอุณหภูมิ (Temperature Stability)

แรงดันปั๊มที่เหมาะสมสำหรับการสกัดเอสเพรสโซควรอยู่ที่ประมาณ 9 บาร์ที่หัวชง แต่เครื่องทำกาแฟสำหรับใช้ในบ้านส่วนใหญ่มักระบุสเปกที่ 15 บาร์หรือสูงกว่า เพื่อให้แน่ใจว่ามีแรงดันเพียงพอที่จะดันน้ำร้อนผ่านผงกาแฟที่บดละเอียดและอัดแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรงดันที่สม่ำเสมอจะช่วยสกัดน้ำมันและสารประกอบต่างๆ ออกจากเมล็ดกาแฟได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหัวใจของการเกิดเครมาที่หนาและคงตัว หากแรงดันต่ำเกินไป น้ำจะไหลผ่านกาแฟเร็วเกินไป ทำให้ได้กาแฟที่จางและไม่มีเครมา

ในขณะเดียวกัน อุณหภูมิของน้ำที่ใช้สกัดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 90-95 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้กาแฟมีรสขมไหม้ แต่หากต่ำเกินไปก็จะทำให้กาแฟติดรสเปรี้ยวและสกัดออกมาได้ไม่เต็มที่ เครื่องทำกาแฟในปัจจุบันแม้จะมีราคาไม่สูง แต่หลายรุ่นก็มาพร้อมกับ ระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบเทอร์โมบล็อก (Thermoblock) ที่ทำความร้อนได้อย่างรวดเร็วและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดการสกัด ดังนั้น แทนที่จะกังวลเรื่องแบรนด์หรือราคา การตรวจสอบสเปกเรื่องแรงดันปั๊มที่ 15 บาร์ขึ้นไปและระบบควบคุมอุณหภูมิที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้กาแฟคุณภาพดีใกล้เคียงร้านจากเครื่องชงที่บ้านของคุณเอง

ตารางเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจ

ปัจจัยสเปกผลกระทบต่อรสชาติและเครมาข้อควรระวังในการบำรุงรักษาความพร้อมของอะไหล่และศูนย์บริการ
แรงดันปั๊ม 15 บาร์สกัดน้ำมันกาแฟได้สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงน้ำกาแฟจางวาล์วแรงดันอาจสึกหรอหากใช้งานต่อเนื่องเกิน 5 แก้วต่อวันหาง่ายในตลาดทั่วไป ราคาประมาณ 150-400 ฿
ระบบควบคุมอุณหภูมิคงที่ป้องกันรสเปรี้ยวหรือขมเกินไปจากความร้อนที่แกว่งแผ่นฮีตเตอร์ต้องการการล้างตะกรันน้ำเป็นระยะมักมีประกันครอบคลุม 1-2 ปี ศูนย์บริการกระจายตัวดี
วัสดุบอยเลอร์และพอร์ตกรองคงทนต่อการใช้งานหนัก ลดการสะสมคราบยางซีลและประเก็นต้องเปลี่ยนทุก 6-12 เดือนอะไหล่ยางและฟิลเตอร์หาซื้อได้ไม่ยาก ราคาย่อมเยา

จัดการค่าบำรุงรักษาและยืดอายุมอเตอร์สำหรับใช้งานหนัก

หนึ่งในความกังวลสูงสุดของผู้ที่คิดจะซื้อเครื่องทำกาแฟคือ “ค่าซ่อมแฝง” และความเสี่ยงที่ “มอเตอร์จะไหม้” จากการใช้งานทุกวัน ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สามารถจัดการได้ด้วยการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการใช้งานที่ถูกวิธี ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง แต่ยังช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาวให้อยู่ในงบประมาณอีกด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้มอเตอร์หรือปั๊มน้ำทำงานหนักเกินไปจนเกิดความเสียหาย ไม่ได้มาจากสภาพอากาศภายนอก แต่มาจาก การสะสมของตะกรันในระบบท่อน้ำ และ การใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่พักเครื่อง ตะกรันที่เกิดจากแร่ธาตุในน้ำประปาจะเข้าไปอุดตันท่อส่งน้ำและวาล์ว ทำให้ปั๊มต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างแรงดันตามที่กำหนด เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง อายุการใช้งานของมอเตอร์ก็จะสั้นลงอย่างรวดเร็ว

แนวทางการป้องกันที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพคือ:

  1. ใช้น้ำกรอง: การลงทุนกับเครื่องกรองน้ำง่ายๆ หรือการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาใช้กับเครื่องทำกาแฟ จะช่วยลดปริมาณแร่ธาตุและป้องกันการเกิดตะกรันได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อปกป้องหัวใจของเครื่อง
  2. การพักเครื่องอย่างเหมาะสม: แม้ว่าคุณจะต้องการทำกาแฟหลายแก้วในตอนเช้า แต่การใช้งานต่อเนื่องเกิน 3-4 แก้ว ควรมีการพักเครื่องอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อให้มอเตอร์และระบบทำความร้อนได้ระบายความร้อนสะสม การทำเช่นนี้จะช่วยลดภาระของเครื่องได้อย่างมาก
  3. การล้างตะกรัน (Descaling) เป็นประจำ: ควรทำการล้างตะกรันทุกๆ 2-3 เดือน หรือตามคำแนะนำในคู่มือ โดยใช้น้ำยาล้างตะกรันสำหรับเครื่องทำกาแฟโดยเฉพาะ ขั้นตอนนี้จะช่วยกำจัดคราบหินปูนที่เกาะอยู่ภายใน ทำให้ระบบน้ำไหลเวียนสะดวกและปั๊มทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  4. ตรวจเช็กยางซีล (Gasket): ยางซีลบริเวณหัวชงเป็นชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา หากยางแข็งกระด้างหรือมีรอยแตก จะทำให้น้ำร้อนรั่วซึมออกมาและแรงดันตก ควรตรวจเช็กทุก 3-4 เดือน และเปลี่ยนใหม่เมื่อจำเป็น ซึ่งเป็นอะไหล่ที่ราคาไม่แพงและเปลี่ยนเองได้ง่าย

การดูแลรักษาเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยากในตอนแรก แต่เมื่อทำเป็นประจำจะกลายเป็นกิจวัตรที่ใช้เวลาไม่นาน และผลตอบแทนคือเครื่องทำกาแฟที่ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ มอเตอร์ไม่ทำงานหนักเกินไป และช่วยให้คุณประหยัดค่าซ่อมราคาแพงในอนาคต

วางแผนสต็อกเมล็ดกาแฟและรับมือสภาพอากาศร้อนชื้น

การมีเครื่องทำกาแฟที่ดีเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสมการ อีกครึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคุณภาพของวัตถุดิบอย่าง “เมล็ดกาแฟ” การวางแผนจัดเก็บและสต็อกเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่มีความร้อนและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรสชาติและอายุการเก็บรักษาของเมล็ดกาแฟ

ความชื้นคือศัตรูตัวฉกาจของเมล็ดกาแฟคั่ว มันสามารถทำให้เมล็ดกาแฟสูญเสียกลิ่นหอมอย่างรวดเร็ว เกิดกลิ่นอับ และอาจนำไปสู่การเกิดเชื้อราได้ นอกจากนี้ ความชื้นยังส่งผลต่อการบด ทำให้ผงกาแฟจับตัวเป็นก้อนและบดได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้การสกัดกาแฟไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟใน ภาชนะที่ปิดสนิทและป้องกันแสง จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกใช้โถเก็บแบบสุญญากาศ หรืออย่างน้อยที่สุดคือถุงซิปล็อกที่มีวาล์วทางเดียว (One-way Valve) ที่มาพร้อมกับถุงกาแฟ แล้วเก็บไว้ในตู้ที่แห้งและเย็น ห่างจากแสงแดดและความร้อน

สำหรับการวางแผนสต็อก ปริมาณที่เหมาะสมที่สุดคือการซื้อให้เพียงพอต่อการบริโภคในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ เมล็ดกาแฟจะมีรสชาติดีที่สุดในช่วง 7-30 วันหลังจากการคั่ว การซื้อตุนในปริมาณมากเกินไป แม้จะได้ราคาที่ถูกลง แต่ก็เสี่ยงต่อการเสื่อมคุณภาพก่อนที่จะได้ใช้จนหมด การคำนวณง่ายๆ คือ หากคุณดื่มกาแฟวันละ 1 ช็อต (ใช้กาแฟประมาณ 18-20 กรัม) ในหนึ่งสัปดาห์คุณจะใช้กาแฟประมาณ 140 กรัม ดังนั้น การซื้อเมล็ดกาแฟขนาด 250 กรัม จะเพียงพอสำหรับ 1-2 สัปดาห์ การวางแผนเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณได้ดื่มกาแฟที่สดใหม่อยู่เสมอ แต่ยังช่วยควบคุมงบประมาณค่าวัตถุดิบไม่ให้บานปลาย และลดความเสี่ยงจากการทิ้งเมล็ดกาแฟที่เสื่อมสภาพไปอย่างน่าเสียดาย

Frequently Asked Questions (FAQs) — คำถามที่พบบ่อย

  1. Q: การลงทุนเครื่องทำกาแฟจะใช้เวลากี่เดือนถึงจะคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อจากร้าน?
    A: โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการคืนทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาเครื่องที่คุณเลือก ความถี่ในการดื่ม และราคาเมล็ดกาแฟ หากคุณชงดื่มเองวันละ 1-2 แก้ว คุณจะเริ่มเห็นส่วนต่างของเงินที่ประหยัดได้อย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนที่สองเป็นต้นไป โดยที่ยังคงได้ดื่มกาแฟคุณภาพดีเหมือนเดิม
  2. Q: แรงดัน 15 บาร์ในเครื่องราคาประหยัดสามารถสร้างเครมาหนาได้จริงหรือ?
    A: ได้จริงอย่างแน่นอน หากปัจจัยอื่นครบถ้วน แรงดัน 15 บาร์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่คุณภาพของเครมาที่หนาและสวยงามยังขึ้นอยู่กับ ความสดใหม่ของเมล็ดกาแฟ (ควรใช้ภายใน 30 วันหลังคั่ว) และ ความละเอียดสม่ำเสมอของการบด การควบคุมอุณหภูมิของเครื่องที่เสถียรก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างช็อตที่สมบูรณ์
  3. Q: มอเตอร์จะไหม้เร็วหรือไม่หากต้องชงกาแฟทุกวันในสภาพอากาศร้อน?
    A: อุณหภูมิของอากาศภายนอกไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของมอเตอร์มากนัก สาเหตุหลักที่ทำให้มอเตอร์เสื่อมสภาพเร็วคือการใช้งานหนักต่อเนื่องโดยไม่พัก และการสะสมของตะกรันในระบบน้ำ การปฏิบัติตามคำแนะนำโดยพักเครื่อง 5-10 นาทีหลังจากชงต่อเนื่อง 3-4 แก้ว และล้างตะกรันเป็นประจำ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์ให้เกิน 3 ปีได้อย่างสบายๆ
  4. Q: หากยางซีลหรือฟิลเตอร์เสื่อม ควรเปลี่ยนเองหรือส่งศูนย์บริการจึงจะคุ้มค่ากว่า?
    A: ยางซีลและฟิลเตอร์จัดเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเองได้ การเปลี่ยนเองจะคุ้มค่ากว่ามาก เพราะค่าอะไหล่รวมกันมักจะอยู่ที่ประมาณ 200-500 ฿ เท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าแรงช่างและเวลาในการส่งซ่อม อย่างไรก็ตาม หากพบปัญหาที่ซับซ้อน เช่น แรงดันตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ควรส่งให้ศูนย์บริการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
Tags: แผนเปลี่ยนค่ากาแฟเป็นเครื่องทำที่บ้าน
Previous Post

เตาหมูกระทะใช้ที่บ้านช่วยประหยัดงบได้จริงหรือไม่ และควรเลือกอย่างไรให้คุ้มค่า?

Next Post

การฟื้นฟูกายใจในวันหยุดด้วยสปาบ้านทุ่ง ทำเองได้ที่บ้านจริงหรือ?

Next Post
การฟื้นฟูกายใจในวันหยุดด้วยสปาบ้านทุ่ง ทำเองได้ที่บ้านจริงหรือ?

การฟื้นฟูกายใจในวันหยุดด้วยสปาบ้านทุ่ง ทำเองได้ที่บ้านจริงหรือ?

Recommended

เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า Electrolux อย่างไรให้ปลอดภัยจากสินค้าลอกเลียนแบบและประกันไม่หมดอายุ?

เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า Electrolux อย่างไรให้ปลอดภัยจากสินค้าลอกเลียนแบบและประกันไม่หมดอายุ?

2 days ago
เครื่องปั่น Philips เหมาะกับการทำสมูทตี้ทุกวันจริงหรือไม่ พร้อมวิธีเลือกให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพ

เครื่องปั่น Philips เหมาะกับการทำสมูทตี้ทุกวันจริงหรือไม่ พร้อมวิธีเลือกให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพ

2 days ago

Trending

LazBlog_คอเลสเตอรอล

7 วิธีลด คอเลสเตอรอล แบบง่าย ๆ

3 years ago
เคล็ดลับเลือก กระเป๋าสตางค์ รับทรัพย์ รวยคูณสอง

เคล็ดลับเลือก กระเป๋าสตางค์ รับทรัพย์ รวยคูณสอง

4 years ago

Popular

LazBlog_คอเลสเตอรอล

7 วิธีลด คอเลสเตอรอล แบบง่าย ๆ

3 years ago
Lazblog_แคปชั่น IG

รวม แคปชั่นIG โดน ๆ เก็บไว้โพสต์ได้ทุกอารมณ์

4 years ago
Lazblog_สีรถถูกโฉลก

เสริมดวงให้ปังด้วย สีรถถูกโฉลก

3 years ago
Lazblog_มีเสมหะ

7 วิธีบรรเทาอาการมี เสมหะ

3 years ago
Lazblog_แมกนีเซียม

แมกนีเซียม มีประโยชน์อย่างไร?

3 years ago
  • About
  • Shop
  • Contact
  • Forum
LazBLOG รวมบทความมากสาระ อัตเดตเทรนด์ เพิ่มสิ่งที่ใช่ให้ชีวิตกับ Lazada

Copyright © 2022, Lazada Thailand's online marketplace Lazada.

No Result
View All Result
  • Technology
    • Smartphone & Tablet
    • PC & Laptop
    • Camera & CCTV
    • Tech Gadgets
    • Accessories
  • Fashion Trends
    • Women’s Fashion
    • Men’s Fashion
    • Unisex Fashion
    • Kids Fashion
  • Health & Beauty
    • Health Care
    • Cosmetics
    • Skin Care
    • Hair Care
    • Perfume
  • Home Living
    • TV
    • Major Home Appliance
    • Small Home Appliances
    • Kitchenware
    • Furniture
    • Lighting & Decoration
    • Tools
  • Lifestyle
    • Groceries & Food
    • Music & Entertainment
    • Stationery & Books
    • Pet Care
    • Gardening
    • Automotive
  • Sports & Travel
    • Holiday
    • Travel
    • Sports
  • Moms
    • Nursing
    • Milk Formula & Baby food
    • Baby Gear
    • Babywear & Clothing
    • Toys & Plays
  • Belief & Religious
    • Fortune & Horoscope
    • Traditions & Beliefs
    • Religious

Copyright © 2022, Lazada Thailand's online marketplace Lazada.