สรุปสำคัญ
- ประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการ: เกลือ Epsom (แมกนีเซียมซัลเฟต) ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และลดการอักเสบเบาๆ ผ่านกระบวนการออสโมซิสและการดูดซึมแร่ธาตุ ซึ่งเหมาะสำหรับการฟื้นฟูร่างกายหลังการใช้งานหนัก
- อัตราส่วนและเวลาที่เหมาะสม: ควรใช้เกลือประมาณ 1-2 ถ้วยตวง ต่อน้ำอุ่น 1 อ่าง และแช่ตัวนาน 15-20 นาที เพื่อให้แร่ธาตุทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง
- ข้อควรระวังเรื่องคุณภาพและความบริสุทธิ์: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง (High Purity) เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเจือปนที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นที่รูขุมขนเปิดกว้าง ทำให้ร่างกายดูดซึมสารต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
🛍️ สินค้าแนะนำสำหรับบทความนี้
ราคาอ้างอิงเท่านั้น กรุณาตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าสินค้า





ทำไมนักกีฬาและผู้รักสุขภาพจึงเลือก Epsom Salt สำหรับการฟื้นฟูร่างกาย
เคยรู้สึกไหมว่าหลังจากออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว ร่างกายจะอ่อนล้าและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมากกว่าปกติ? ความรู้สึกเมื่อยล้านี้ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณกำลังต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน นักกีฬาและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพจำนวนมากจึงหันมาใช้ Epsom Salt หรือเกลือเอปซอมเป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย แต่เหตุผลเบื้องหลังไม่ใช่แค่ความเชื่อที่บอกต่อกันมา แต่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจรองรับอยู่
เมื่อคุณออกกำลังกาย ร่างกายจะสูญเสียแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดไปพร้อมกับเหงื่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ แมกนีเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทกว่า 300 ชนิดในร่างกาย เกลือ Epsom มีชื่อทางเคมีว่า แมกนีเซียมซัลเฟต (Magnesium Sulfate) ซึ่งเป็นแหล่งของแมกนีเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้โดยตรงเมื่อคุณแช่ตัวในน้ำอุ่น
กลไกการทำงานหลักคือกระบวนการที่เรียกว่า ออสโมซิส (Osmosis) เมื่อคุณแช่ตัวในน้ำที่ผสมเกลือ Epsom ซึ่งมีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงกว่าในร่างกาย ของเหลวส่วนเกินและของเสียที่สะสมอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ เช่น กรดแลคติก (Lactic Acid) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกาย จะถูกดึงออกมา ในขณะเดียวกัน ร่างกายก็จะดูดซึมแมกนีเซียมและซัลเฟตเข้าไปทดแทน แมกนีเซียมที่ดูดซึมเข้าไปจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งและตึงเครียดได้คลายตัวลง ลดการอักเสบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการออกกำลังกาย และยังช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความเครียดสะสมจากการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง การแช่ตัวด้วยเกลือ Epsom จึงเปรียบเสมือนการเติมแร่ธาตุที่ขาดหายไปและช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูร่างกายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิธีการเตรียมอ่างอาบน้ำ Epsom Salt ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
การได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแช่เกลือ Epsom ไม่ใช่แค่การเทเกลือลงในอ่างแล้วลงไปแช่ แต่มีเทคนิคและขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง การเตรียมอ่างที่ถูกต้องจะช่วยให้แร่ธาตุทำงานได้เต็มที่และป้องกันการระคายเคืองผิวที่อาจเกิดขึ้นได้
1. เริ่มต้นด้วยอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม

อุณหภูมิของน้ำเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ควรเปิดน้ำให้อยู่ในระดับ อุ่นสบาย ไม่ร้อนจัดจนเกินไป อุณหภูมิที่แนะนำคือประมาณ 37-40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่อุ่นพอที่จะช่วยให้รูขุมขนเปิดและเกลือละลายได้ดี แต่ไม่ร้อนจนทำให้รู้สึกเวียนศีรษะหรือทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป การใช้น้ำที่ร้อนจัดอาจทำให้ผิวแห้งและเกิดอาการหน้ามืดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นอยู่แล้ว
2. ปริมาณเกลือและเทคนิคการละลาย สำหรับอ่างอาบน้ำขนาดมาตรฐาน ให้เริ่มเติมน้ำอุ่นเข้าไปก่อน จากนั้นค่อยๆ เทเกลือ Epsom ลงไปในบริเวณที่น้ำไหลโดยตรงเพื่อช่วยให้เกลือเริ่มละลาย ปริมาณที่แนะนำคือ 1-2 ถ้วยตวง (ประมาณ 250-500 กรัม) ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ (ดูตารางเปรียบเทียบด้านล่าง) หลังจากเทเกลือลงไปแล้ว ให้ใช้มือคนน้ำในอ่างให้ทั่วจนแน่ใจว่า ผลึกเกลือละลายหมดจด ก่อนที่คุณจะลงไปแช่ ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเกลือที่ยังไม่ละลายสัมผัสกับผิวโดยตรง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวหรือเกิดการระคายเคืองได้
3. เสริมประสิทธิภาพด้วยน้ำมันหอมระเหย เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ คุณสามารถหยดน้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) ที่ชื่นชอบลงไป 5-10 หยดหลังจากที่เกลือละลายดีแล้ว
- น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil): ช่วยให้จิตใจสงบและนอนหลับสบาย
- น้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus Oil): ช่วยให้หายใจโล่งสบาย เหมาะสำหรับวันที่มีอาการคัดจมูก
- น้ำมันเปปเปอร์มินต์ (Peppermint Oil): ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและอาจช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้
ข้อควรระวัง: การเติมน้ำมันหอมระเหยอาจทำให้อ่างและพื้นห้องน้ำ ลื่นกว่าปกติ ควรระมัดระวังในการก้าวเข้าและออกจากอ่างอาบน้ำเสมอ
4. สร้างบรรยากาศเพื่อการผ่อนคลายสูงสุด ลองหรี่ไฟในห้องน้ำ จุดเทียนหอม หรือเปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ การตัดขาดจากสิ่งรบกวนภายนอกจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
Quick Comparison: อัตราส่วนการใช้เกลือตามวัตถุประสงค์
| วัตถุประสงค์ | ปริมาณเกลือ Epsom Salt | อุณหภูมิน้ำแนะนำ | เวลาในการแช่ |
|---|---|---|---|
| ผ่อนคลายทั่วไป | 1 ถ้วยตวง | อุ่นสบาย (37-39°C) | 15-20 นาที |
| บรรเทาปวดกล้ามเนื้อหนัก | 2 ถ้วยตวง | อุ่นค่อนข้างร้อน (40-42°C)* | 20-30 นาที |
| บำรุงผิวและลดบวม | 1/2 – 1 ถ้วยตวง | อุ่นอ่อน (35-37°C) | 10-15 นาที |
\หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตหรือโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้น้ำอุณหภูมิสูง*
ระยะเวลาและความถี่: แช่นานแค่ไหนถึงจะปลอดภัยและไม่ทำร้ายผิว
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “ควรแช่ตัวนานแค่ไหน?” หลายคนอาจคิดว่ายิ่งแช่นานยิ่งดี แต่ความจริงแล้วการแช่นานเกินไปอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาและความถี่ที่เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการใช้เกลือ Epsom อย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ระยะเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำคือ 15 ถึง 20 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เพียงพอให้ร่างกายดูดซึมแมกนีเซียมผ่านผิวหนังเพื่อเข้าไปทำงานกับกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแช่ตัวในช่วงเวลานี้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวมากจนเกินไป
หากคุณแช่ตัวนานเกิน 30 นาที อาจเกิดผลกระทบหลายอย่างตามมา:
- ผิวแห้งและระคายเคือง: กระบวนการออสโมซิสที่ดึงของเสียออกจากร่างกาย ก็สามารถดึงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติออกจากผิวได้เช่นกัน การแช่น้ำนานๆ จะทำให้ผิวเริ่มเหี่ยวย่นและอาจนำไปสู่อาการผิวแห้งคันได้
- ร่างกายสูญเสียความร้อน: เมื่อเวลาผ่านไป น้ำในอ่างจะค่อยๆ เย็นลง หากคุณยังแช่อยู่ในน้ำที่อุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆ ร่างกายอาจเริ่มรู้สึกหนาวสั่นแทนที่จะผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิแกนกลาง
- อาการวิงเวียนศีรษะ: การแช่น้ำอุ่นนานๆ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงชั่วคราว เมื่อรวมกับการสูญเสียน้ำในร่างกาย อาจทำให้รู้สึกหน้ามืดหรือวิงเวียนได้เมื่อลุกขึ้นจากอ่าง
สำหรับความถี่ในการใช้งานนั้น ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคล
- สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ: สามารถแช่เกลือ Epsom ได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูและลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมที่มากเกินไป
- สำหรับการผ่อนคลายทั่วไป: แช่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอที่จะช่วยลดความเครียดสะสมและบำรุงผิวพรรณ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการ สังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย หากคุณเริ่มรู้สึกผิวตึงหรือย่นมากผิดปกติ รู้สึกวิงเวียน หรือใจสั่น ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากอ่างทันที การฟังเสียงร่างกายของตัวเองจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการแช่เกลือ Epsom ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
วิธีเลือกซื้อ Epsom Salt คุณภาพดี ในงบประมาณที่คุ้มค่า
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะลองใช้เกลือ Epsom แล้ว การเดินเข้าไปในร้านหรือค้นหาทางออนไลน์อาจทำให้คุณสับสนกับตัวเลือกมากมายที่มีอยู่ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกันไปจนถึงช่วงราคาที่หลากหลาย การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและมีคุณภาพดีจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อผิว
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกซื้อเกลือ Epsom คือ ‘ความบริสุทธิ์’ (Purity) ของผลิตภัณฑ์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น เกรด USP (United States Pharmacopeia) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความบริสุทธิ์สูง ผ่านการทดสอบและรับรองว่าปลอดภัยสำหรับใช้กับร่างกายมนุษย์ เกลือเกรดนี้จะไม่มีสารเจือปนที่เป็นอันตราย โลหะหนัก หรือสารเคมีอื่นๆ ปนเปื้อน
ข้อดีของการเลือกเกลือ Epsom ที่มีความบริสุทธิ์สูงและไม่มีการปรุงแต่งคือ:
- ปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่าย: ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการเติมน้ำหอมสังเคราะห์หรือสี จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองผิวได้อย่างมาก
- ประสิทธิภาพในการละลาย: เกลือคุณภาพดีมักมีขนาดผลึกที่สม่ำเสมอและละลายในน้ำอุ่นได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาคนนานและมั่นใจได้ว่าแร่ธาตุจะกระจายตัวอย่างทั่วถึง
- ความคุ้มค่าในระยะยาว: แม้ว่าราคาอาจสูงกว่าเกลือที่ไม่ระบุเกรดเล็กน้อย แต่คุณจะใช้ในปริมาณที่น้อยกว่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่ากัน และมั่นใจได้ในความปลอดภัย
เมื่อพิจารณาเรื่องราคา คุณอาจพบว่าผลิตภัณฑ์มีช่วงราคาที่แตกต่างกันไป:
- ช่วงราคาประมาณ 85 ฿ – 150 ฿: มักจะเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาดทดลองหรือขนาดเล็ก หรืออาจเป็นเกลือเกรดทั่วไปที่ไม่ได้ระบุมาตรฐาน USP อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลองใช้เป็นครั้งแรก
- ช่วงราคาประมาณ 200 ฿ – 329 ฿: ในราคานี้ คุณมักจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณมากขึ้น (ขนาด 1-2 กิโลกรัม) และส่วนใหญ่มักจะเป็นเกรดพรีเมียมหรือเกรด USP ที่รับประกันความบริสุทธิ์ ซึ่งละลายน้ำได้ดีและคุ้มค่ากว่าสำหรับการใช้งานเป็นประจำ
สรุปง่ายๆ คือ ให้มองหาคำว่า “USP Grade” หรือ “100% Pure Magnesium Sulfate” บนบรรจุภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสีสังเคราะห์หากคุณมีผิวที่บอบบาง การลงทุนกับผลิตภัณฑ์คุณภาพดีตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด
ข้อควรระวังและกลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงการแช่เกลือ Epsom
แม้ว่าการแช่เกลือ Epsom จะมีประโยชน์มากมายและโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อควรระวังและกลุ่มคนบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ การตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเท่าๆ กับการรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง
กลุ่มบุคคลที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้:
- ผู้ที่มีบาดแผลเปิดหรือผิวหนังอักเสบรุนแรง: การแช่น้ำเกลืออาจทำให้เกิดอาการแสบและระคายเคืองบริเวณบาดแผลได้ และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มเติม ควรหลีกเลี่ยงการแช่จนกว่าแผลจะหายสนิท
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน: โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรือผิวหนัง อาจมีความรู้สึกรับอุณหภูมิที่ผิดปกติ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกน้ำร้อนลวกโดยไม่รู้ตัว และบาดแผลที่เท้าอาจติดเชื้อได้ง่าย
- หญิงตั้งครรภ์: แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนถึงอันตราย แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความดันโลหิตในระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ก่อนเสมอ
- ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังรุนแรง: เช่น โรคสะเก็ดเงินหรือผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ (Eczema) ในระยะกำเริบ แม้บางกรณีแมกนีเซียมอาจช่วยได้ แต่ในบางรายก็อาจทำให้อาการแย่ลง ควรทดสอบในบริเวณเล็กๆ ก่อน
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือความดันโลหิตต่ำ/สูง: การแช่น้ำอุ่นสามารถส่งผลกระทบต่อความดันโลหิตและการทำงานของหัวใจได้ จึงจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ข้อควรระวังเพิ่มเติม โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น: สภาพอากาศที่ร้อนและชื้นทำให้ร่างกายของเราสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อได้ง่ายอยู่แล้ว การแช่ตัวในน้ำอุ่นเป็นเวลานานจะยิ่งเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้นจึงมีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญคือ:
“ดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วก่อนและหลังการแช่เสมอ”
การดื่มน้ำก่อนลงอ่างจะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมและป้องกันภาวะขาดน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ และการดื่มน้ำอีกครั้งหลังจากขึ้นจากอ่างจะช่วยชดเชยของเหลวที่สูญเสียไปในระหว่างการแช่ ช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกายและลดโอกาสเกิดอาการวิงเวียนศีรษะหรืออ่อนเพลียหลังการแช่ตัวได้เป็นอย่างดี การปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ นี้จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการแช่เกลือ Epsom ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย
Frequently Asked Questions (FAQs) — คำถามที่พบบ่อย
- Q: ควรแช่ตัวนานแค่ไหนจึงจะเห็นผลลดปวดกล้ามเนื้อ?
A: เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 15-20 นาที ช่วงเวลานี้เพียงพอให้แมกนีเซียมซึมผ่านผิวหนังและช่วยคลายกล้ามเนื้อ การแช่นานเกิน 30 นาทีอาจทำให้ผิวแห้งกร้านและสูญเสียความชุ่มชื้นธรรมชาติ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว - Q: เกลือ Epsom ต่างจากเกลือแกงหรือเกลือสปาทั่วไปอย่างไร?
A: เกลือ Epsom คือแมกนีเซียมซัลเฟต (Magnesium Sulfate) ซึ่งไม่มีโซเดียมคลอไรด์เหมือนเกลือแกง คุณสมบัติเด่นคือช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและลดการอักเสบ ขณะที่เกลือสปาทั่วไปอาจมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยแต่ไม่มีแร่ธาตุแมกนีเซียมเข้มข้นเท่า - Q: คนที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้เกลือ Epsom ได้หรือไม่?
A: ใช้ได้และมักปลอดภัยกว่าเกลือชนิดอื่นเพราะมีความบริสุทธิ์สูง ไม่มีน้ำหอมหรือสารเคมีแต่งสี อย่างไรก็ตาม ควรทดสอบโดยการละลายเกลือปริมาณเล็กน้อยในน้ำแล้วทาบริเวณแขนทิ้งไว้ 10 นาทีก่อน หากไม่เกิดอาการคันหรือแดงจึงสามารถลงแช่ทั้งตัวได้ - Q: เกลือ Epsom ช่วยลดอาการตะคริวได้จริงหรือไม่?
A: ใช่ แมกนีเซียมมีส่วนสำคัญในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท การขาดแมกนีเซียมเป็นหนึ่งในสาเหตุของตะคริว การแช่ตัวหรือประคบด้วยน้ำเกลือ Epsom จึงช่วยเติมแร่ธาตุนี้เข้าสู่ร่างกายและลดโอกาสเกิดตะคริวซ้ำได้







