สรุปสำคัญ
- การเลือกเฉดสีให้เข้ากับผิว: การเลือกคอนทัวร์โทนเย็นหรือโทนกลางเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะจะช่วยสร้างเงาที่ดูสมจริงและกลมกลืนไปกับสีผิวโทนเหลืองและโทนกลาง หลีกเลี่ยงเฉดสีที่ติดส้มหรือแดงเกินไป เพราะจะทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำและไม่เป็นธรรมชาติ
- เทคนิคการเบลนด์สำหรับมือใหม่: เพื่อให้ได้ลุคที่ดูนุ่มนวลและไม่เป็นเส้นแข็ง ควรเริ่มต้นด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณน้อยๆ ใช้แปรงที่เหมาะสมเคาะส่วนเกินออกก่อนลงบนผิว และค่อยๆ เพิ่มเลเยอร์จนกว่าจะได้ความเข้มที่พอใจ การเบลนด์คือหัวใจสำคัญของการคอนทัวร์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ความทนทานต่ออากาศร้อนชื้น: ในสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คอนทัวร์ที่มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ การเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงหรือสเปรย์เซ็ตเครื่องสำอางจะช่วยล็อกให้คอนทัวร์ติดทนตลอดวันทำงาน ไม่ไหลเยิ้มหรือเป็นคราบ
ทำไมการเลือกเฉดสีพาเลทคอนทัวร์ถึงสำคัญสำหรับผิวโทนเหลืองและโทนกลาง
การแต่งหน้าไปทำงานในทุกๆ วัน คุณคงอยากได้ลุคที่ดูเป็นมืออาชีพและเสริมความมั่นใจ แต่หลายครั้งที่การคอนทัวร์กลับให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม ทำให้ใบหน้าดูหนักและหมองคล้ำ ปัญหาหลักมักเกิดจาก การเลือกเฉดสีคอนทัวร์ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีผิวอันเดอร์โทนเหลืองหรือโทนกลาง ซึ่งเป็นโทนสีผิวส่วนใหญ่

หัวใจของการคอนทัวร์คือการ “สร้างเงา” เพื่อหลอกตาให้ใบหน้าดูมีมิติและมีโครงหน้าที่ชัดเจนขึ้น ลองสังเกตเงาตามธรรมชาติที่ตกกระทบบนใบหน้าของคุณ เช่น บริเวณใต้โหนกแก้มหรือข้างสันจมูก คุณจะพบว่าเงาเหล่านั้นไม่ได้มีสีส้มหรือสีน้ำตาลแดง แต่เป็นสีเทาอมน้ำตาลหรือสีน้ำตาลหม่นๆ ซึ่งเป็น เฉดสีโทนเย็น (Cool Tone) หรือ โทนกลาง (Neutral Tone)
เมื่อคุณเลือกใช้พาเลทคอนทัวร์ที่มีเฉดสีเข้มเกินไปหรือติดโทนอุ่น (Warm Tone) อย่างสีน้ำตาลอมส้ม ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เงาที่ดูสมจริง แต่กลับกลายเป็นแถบสีที่ดูแปลกแยกและโดดออกมาจากผิว ทำให้ใบหน้าดูเหมือนเปื้อนหรือไหม้แดดมาอย่างไม่สม่ำเสมอ ยิ่งในสภาพแสงของออฟฟิศหรือแสงธรรมชาติระหว่างวัน สีที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้จะยิ่งชัดเจนขึ้น ทำให้ลุคโดยรวมดูไม่สะอาดตาและขาดความเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีผิวโทนเหลืองหรือโทนกลาง การเลือกเฉดสีคอนทัวร์ที่ถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ควรเลือกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับเงาธรรมชาติมากที่สุด เช่น:
- สีน้ำตาลอมเทา (Taupe): เป็นเฉดสีที่เหมาะที่สุดสำหรับการสร้างเงาที่ดูสมจริง ไม่ว่าคุณจะมีสีผิวระดับไหน
- สีน้ำตาลกลางที่ไม่ติดส้ม: เลือกสีน้ำตาลที่ดูหม่นๆ หรือมีความเป็นกลาง ไม่เจือปนด้วยสีแดงหรือสีส้ม
- เลือกสีที่เข้มกว่าสีผิวจริง 1-2 เฉด: การเลือกสีที่เข้มกว่าผิวเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้การเบลนด์ทำได้ง่ายขึ้นและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้สีที่เข้มจนเกินไป
การลงทุนเวลาเพื่อเลือกเฉดสีที่ใช่ จะช่วยให้การคอนทัวร์ของคุณในทุกๆ วันดูสวยงาม กลมกลืน และเสริมให้โครงหน้าดูชัดเป๊ะอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่มีใครจับได้
เทคนิคการคอนทัวร์แบบบางเบาสำหรับมือใหม่ไม่ให้ดูเป็นเส้น
ปัญหาคลาสสิกสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดคอนทัวร์คือการลงน้ำหนักมือมากเกินไปจนเกิดเป็นเส้นสีน้ำตาลเข้มพาดอยู่บนแก้ม ทำให้ใบหน้าดูแข็งทื่อและไม่เป็นธรรมชาติ แทนที่จะช่วยเสริมมิติกลับทำให้การแต่งหน้าดูหนักและผิดพลาด เคล็ดลับสำคัญคือการเริ่มต้นอย่าง “บางเบา” และค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มตามต้องการ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มืออาชีพใช้กันเสมอ
1. เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม
- แปรงคอนทัวร์: ควรเลือกใช้แปรงที่มีขนนุ่มฟูและเป็นทรงพุ่มที่ไม่แน่นจนเกินไป แปรงลักษณะนี้จะช่วยกระจายสีได้อย่างนุ่มนวลและป้องกันการเกิดขอบที่ดูแข็งกระด้าง หากต้องการความแม่นยำมากขึ้น อาจเลือกใช้แปรงหัวตัดเฉียง แต่ต้องมั่นใจว่าขนนุ่มและไม่กินเนื้อผลิตภัณฑ์มากเกินไป
- ฟองน้ำแต่งหน้า: สำหรับคอนทัวร์เนื้อครีม การใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ จะช่วยเบลนด์เนื้อผลิตภัณฑ์ให้เนียนสนิทไปกับผิวได้ดีเยี่ยม
2. เคาะส่วนเกินออกเสมอ ไม่ว่าคุณจะใช้คอนทัวร์แบบแป้งหรือแบบครีม หลังจากนำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาบนแปรงหรือฟองน้ำแล้ว ให้ เคาะส่วนเกินออก บนหลังมือหรือขอบตลับก่อนเสมอ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยควบคุมปริมาณผลิตภัณฑ์ที่คุณจะลงบนใบหน้า ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นด้วยสีที่จางที่สุดและป้องกันความผิดพลาดตั้งแต่แรก
3. เทคนิคการลงแบบ Buildable แทนที่จะปาดลงไปในครั้งเดียว ให้ใช้วิธีการ “แตะเบาๆ” หรือ “ค่อยๆ กด” ลงบนบริเวณที่ต้องการสร้างเงา เช่น ใต้โหนกแก้ม กรอบหน้า และข้างสันจมูก จากนั้นใช้แปรงหรือฟองน้ำค่อยๆ เบลนด์วนเป็นวงกลมเล็กๆ หรือลากขึ้นด้านบนเบาๆ เพื่อให้สีดูฟุ้งและไม่มีขอบ
- เริ่มต้นจากใต้โหนกแก้ม: ทำปากจู๋หรือดูดแก้มเล็กน้อยเพื่อหาแนวกระดูกโหนกแก้ม จากนั้นลงคอนทัวร์ในบริเวณที่เป็นรอยบุ๋มลงไป แล้วเบลนด์ขึ้นไปทางขมับ
- ค่อยๆ เพิ่มเลเยอร์: หากรู้สึกว่าสียังอ่อนไป ให้ทำซ้ำขั้นตอนเดิม คือแตะผลิตภัณฑ์ เคาะส่วนเกิน และลงเพิ่มในบริเวณเดิม การค่อยๆ สร้างเลเยอร์จะทำให้คุณควบคุมความเข้มได้ง่ายกว่าและได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
การเรียนรู้ที่จะควบคุมน้ำหนักมือและเริ่มต้นอย่างบางเบา คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนการคอนทัวร์ที่น่ากลัวให้กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุก ช่วยสร้างกรอบหน้าที่สวยงามโดยไม่ทิ้งร่องรอยของความพยายามไว้เลย
Quick Comparison
| เนื้อสัมผัส | ระดับความติดทน | ความง่ายในการเบลนด์ | เหมาะกับสภาพผิว |
|---|---|---|---|
| แบบแป้ง | ปานกลาง | ง่ายมาก | ผิวมันถึงผิวผสม |
| แบบครีม | สูง | ปานกลาง | ผิวแห้งถึงผิวปกติ |
| แบบแท่ง | สูงมาก | ยากกว่าแบบอื่น | ทุกสภาพผิว (ต้องลงไว) |
วิธีเลือกสูตรกันน้ำและทนเหงื่อสำหรับอากาศร้อนชื้น
หนึ่งในความท้าทายที่สุดของการแต่งหน้าในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นคือการทำให้เครื่องสำอางติดทนนานตลอดวัน การคอนทัวร์ที่สวยเป๊ะในตอนเช้าอาจละลายหายไปหรือกลายเป็นคราบเมื่อต้องเจอกับความร้อน เหงื่อ และความชื้นในอากาศ โดยเฉพาะในช่วงพักกลางวันหรือระหว่างการเดินทาง การเลือกผลิตภัณฑ์คอนทัวร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ใบหน้าของคุณยังคงดูมีมิติและสวยงามตั้งแต่เช้าจรดเย็น
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ มองหาคำสำคัญที่บ่งบอกถึงความทนทาน เช่น:
- Waterproof / Water-Resistant (กันน้ำ): สูตรเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อน้ำและเหงื่อได้ดีเป็นพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือในช่วงฤดูฝน
- Long-Lasting / Long-Wearing (ติดทนนาน): ผลิตภัณฑ์ที่มีคำเหล่านี้มักมีส่วนผสมที่ช่วยยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้น ทำให้สีไม่จางหายไประหว่างวัน
- Sweat-Proof (ทนเหงื่อ): เป็นคุณสมบัติที่พัฒนามาเพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศร้อนโดยเฉพาะ ช่วยให้เมคอัพไม่ไหลเยิ้มเมื่อคุณมีเหงื่อออก
โดยทั่วไปแล้ว คอนทัวร์เนื้อครีมหรือเนื้อลิควิด มักจะมีคุณสมบัติกันน้ำและติดทนได้ดีกว่าคอนทัวร์แบบแป้ง เนื่องจากมีส่วนผสมของซิลิโคนหรือแว็กซ์ที่ช่วยสร้างฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้ แต่สำหรับคนผิวมัน คอนทัวร์แบบแป้งอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในแง่ของการควบคุมความมันส่วนเกิน
นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์แล้ว เทคนิคการเซ็ตเครื่องสำอาง ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน
- ใช้ไพรเมอร์: การลงไพรเมอร์ที่ช่วยควบคุมความมันก่อนแต่งหน้า จะช่วยสร้างเกราะป้องกันระหว่างผิวและเครื่องสำอาง ทำให้เมคอัพติดทนขึ้น
- เซ็ตด้วยแป้งฝุ่น: หลังจากลงคอนทัวร์ (โดยเฉพาะเนื้อครีม) ให้ใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) เล็กน้อย แล้วกดเบาๆ ทับบริเวณที่คอนทัวร์ไว้ วิธีนี้เรียกว่าการ "เซ็ต" ซึ่งจะช่วยล็อกผลิตภัณฑ์ให้อยู่กับที่และดูดซับความมันส่วนเกิน
- ใช้ Setting Spray: ขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า คือการฉีดสเปรย์เซ็ตเครื่องสำอาง (Setting Spray) ให้ทั่วใบหน้า สเปรย์จะทำหน้าที่เหมือนกาวที่ช่วยผสานเครื่องสำอางทุกชั้นเข้าด้วยกันและสร้างชั้นฟิล์มป้องกันความชื้นจากภายนอก
ด้วยการเลือกสูตรที่ใช่และเทคนิคการเซ็ตที่ถูกต้อง คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าโครงหน้าที่สร้างมาอย่างดีจะหายไประหว่างวันอีกต่อไป
เปรียบเทียบเฉดสียอดนิยมในงบไม่เกิน ฿200 สำหรับใช้ทุกวัน
หลายคนอาจมีความเชื่อว่าของดีต้องมีราคาแพงเสมอไป แต่ในโลกของเครื่องสำอางปัจจุบัน ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริงอีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์คอนทัวร์ ซึ่งเป็นไอเทมที่ใช้ในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้ง การมองหาพาเลทคอนทัวร์ใน งบประมาณที่ไม่เกิน ฿200 จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องสำอางจำนวนมากที่สามารถผลิตคอนทัวร์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ โดยยังคงรักษามาตรฐานสำคัญไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเม็ดสีที่ชัดเจน เนื้อสัมผัสที่เบลนด์ง่าย และที่สำคัญที่สุดคือ เฉดสีที่ไม่เพี้ยน และเหมาะกับโทนสีผิวของคนในภูมิภาคนี้
เมื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มราคานี้ สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญคือ:
- คุณภาพของเฉดสี: มองหาพาเลทที่มีสีน้ำตาลอมเทาหรือสีน้ำตาลกลางที่ดูเป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงพาเลทที่มีสีน้ำตาลอมส้มจัดๆ แม้จะดูสวยในตลับ แต่เมื่อลงบนผิวอาจทำให้หน้าดูหมองได้
- เนื้อผลิตภัณฑ์: ทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ที่หลังมือ หากเป็นแบบแป้งควรจะมีความนุ่มลื่น ไม่เป็นฝุ่นผงมากเกินไป หากเป็นแบบครีมควรจะเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
- ความคุ้มค่า: พาเลทราคาไม่เกิน ฿200 หลายชิ้นมักมาพร้อมกับไฮไลท์หรือบรอนเซอร์ในตลับเดียวกัน ทำให้คุณได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้หลากหลายในราคาเดียว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับลุคทำงานในทุกๆ วัน
การเลือกซื้อคอนทัวร์ในงบประมาณนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องยอมลดคุณภาพลง แต่เป็นการเลือกอย่างชาญฉลาดโดยเน้นที่ ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง คุณสามารถมีโครงหน้าที่สวยเป๊ะได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป
ขั้นตอนการคอนทัวร์ฉบับเร่งด่วนสำหรับลุคทำงานตอนเช้า
ในตอนเช้าที่ทุกนาทีมีค่า การใช้เวลาไปกับการคอนทัวร์ที่ซับซ้อนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก แต่คุณยังสามารถสร้างมิติให้ใบหน้าดูคมชัดขึ้นได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ด้วยเทคนิคการคอนทัวร์แบบเร่งด่วนที่เน้นเฉพาะจุดสำคัญ เพื่อให้ได้ลุคที่ดูดีแบบไม่เสียเวลา
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม: คอนทัวร์เฉดสีโปรด และแปรงคอนทัวร์หัวเฉียงหรือแปรงพุ่มขนาดกลาง
ขั้นตอนที่ 1: สร้างเงาใต้โหนกแก้ม (2 นาที) นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการสร้างกรอบหน้า
- ดูดแก้มเข้าเล็กน้อยเพื่อหาแนวใต้กระดูกโหนกแก้ม
- ใช้แปรงแตะคอนทัวร์ เคาะส่วนเกินออก แล้วเริ่มปัดจากบริเวณใกล้ไรผมข้างใบหู ลากเข้ามายังกึ่งกลางแก้ม (หยุดที่ประมาณแนวหางตา)
- ใช้แปรงอันเดิมเบลนด์สีขึ้นด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้เงาดูฟุ้งและไม่เป็นเส้นแข็ง
ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มความคมชัดให้กรอบหน้า (1 นาที) ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและเก็บกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
- ใช้คอนทัวร์ที่เหลืออยู่บนแปรง (ไม่ต้องแตะเพิ่ม) ปัดเบาๆ ไปตามแนวกราม เริ่มจากใต้ติ่งหูลงมาถึงปลายคาง
- เบลนด์สีลงมาที่ลำคอเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สีตัดกันจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนที่ 3: ทำให้จมูกดูโด่งขึ้น (1 นาที) การคอนทัวร์จมูกช่วยสร้างจุดเด่นให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น
- ใช้แปรงเบลนด์อายแชโดว์ขนาดเล็ก หรือใช้นิ้วนางแตะสีคอนทัวร์เพียงเล็กน้อย
- ลากเป็นเส้นตรงเบาๆ จากหัวคิ้วลงมาตามแนวข้างสันจมูกทั้งสองฝั่ง
- ใช้นิ้วหรือแปรงสะอาดเบลนด์ให้เส้นดูจางและกลมกลืน
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบและเบลนด์ (1 นาที) ใช้แปรงแป้งขนาดใหญ่ที่ไม่มีสี หรือฟองน้ำที่ใช้ลงรองพื้น แตะเบาๆ ทั่วบริเวณที่คอนทัวร์เพื่อผสานทุกอย่างให้เข้ากันอย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติที่สุด
เพียงเท่านี้ ภายใน 5 นาที คุณก็จะได้ใบหน้าที่มีโครงชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมสำหรับวันทำงานโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการแต่งหน้าที่ยุ่งยากอีกต่อไป
Frequently Asked Questions (FAQs) — คำถามที่พบบ่อย
- Q: คอนทัวร์แบบแป้งและแบบครีมแบบไหนอยู่ทนกว่าในฤดูฝน?
A: โดยทั่วไปแล้วคอนทัวร์แบบครีมมักจะมีความทนทานต่อความชื้นและน้ำได้ดีกว่า เนื่องจากสูตรมักมีส่วนผสมที่ช่วยยึดเกาะผิวได้แน่นหนา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีผิวมันมาก คอนทัวร์แบบแป้งอาจช่วยควบคุมความมันได้ดีกว่า เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในสภาพอากาศชื้น แนะนำให้ลงคอนทัวร์แบบครีมก่อน แล้วเซ็ตทับด้วยคอนทัวร์แบบแป้งสีเดียวกันบางๆ เพื่อเพิ่มความติดทนสูงสุด - Q: ทำไมคอนทัวร์โทนเย็นถึงทำให้หน้าดูเป็นธรรมชาติกว่าโทนส้ม?
A: เหตุผลหลักคือคอนทัวร์ถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบ "เงา" ตามธรรมชาติบนใบหน้า ซึ่งเงาที่เกิดขึ้นจริงนั้นมีอันเดอร์โทนเป็นสีเทาหรือโทนเย็น การใช้คอนทัวร์โทนเย็น (เช่น สีน้ำตาลอมเทา) จึงเป็นการสร้างมิติที่สมจริงและกลมกลืนกับผิว ในทางกลับกัน สีโทนส้มหรือโทนอุ่นจะให้ความรู้สึกเหมือน "บรอนเซอร์" ที่ใช้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นหรือสร้างลุคผิวบ่มแดด ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของการสร้างเงา - Q: มือใหม่ควรเริ่มลงคอนทัวร์บริเวณไหนก่อนเพื่อไม่ให้ดูเข้มเกินไป?
A: สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มต้นที่บริเวณ "ใต้โหนกแก้ม" เป็นอันดับแรก เพราะเป็นจุดที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้โครงหน้าได้ชัดเจนที่สุดและเห็นผลทันที ควรใช้แปรงแตะผลิตภัณฑ์ในปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปัดและเบลนด์ การเริ่มต้นจากจุดนี้แล้วค่อยๆ ประเมินความเข้ม จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณลงสีหนักมือเกินไปในบริเวณอื่นๆ เช่น สันจมูกหรือหน้าผาก ซึ่งต้องการความเบามือมากกว่า - Q: การลงคอนทัวร์ทุกวันจะทำให้ผิวอุดตันหรือเป็นสิวได้หรือไม่?
A: การใช้คอนทัวร์ทุกวันไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดสิวอุดตัน หากคุณให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจดในตอนท้ายของวัน สิ่งสำคัญคือการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง (Cleansing Oil หรือ Cleansing Balm) เพื่อละลายเมคอัพออกก่อน แล้วตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าอีกครั้ง (Double Cleansing) นอกจากนี้ การเลือกผลิตภัณฑ์คอนทัวร์ที่ระบุว่า "Non-comedogenic" (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน) ก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อีกทางหนึ่ง







