สรุปสำคัญ
- ความปลอดภัยคือปัจจัยแรก: เลือกกรรไกรที่มีปลายมน (Rounded Tip) เพื่อลดความเสี่ยงในการทิ่มแทง โดยเฉพาะเมื่อต้องตัดผมให้เด็กหรือสมาชิกในครอบครัวที่ขยับตัวบ่อย
- ความคมที่ยาวนานช่วยป้องกันผมชี้ฟู: กรรไกรคุณภาพดีที่ทำจากสแตนเลสเกรดสูงจะตัดผมได้เรียบเนียน ไม่ดึงรั้งเส้นผม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผมแตกปลายและทรงผมดูไม่เป็นธรรมชาติ
- ขนาดวงแหวนจับต้องพอดีกับนิ้วมือ: การเลือกด้ามจับตามสรีระมือช่วยลดอาการเมื่อยล้าและเพิ่มควบคุมการตัดให้แม่นยำขึ้น ทำให้มั่นใจได้ทุกครั้งที่ลงกรรไกร
ทำไมการตัดผมเองที่บ้านถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในยุคนี้?
ในยุคที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วและคุ้มค่า การรอคิวนานๆ ที่ร้านทำผมหรือการต้องจัดตารางเวลาให้ลงตัวเพื่อเดินทางไปตัดผมอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน การตัดผมเองที่บ้านจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงเพราะความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นเรื่องของความคุ้มค่าในระยะยาวอีกด้วย
ลองเปรียบเทียบดูง่ายๆ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร้านตัดผมหนึ่งครั้งอาจสูงกว่าราคาของกรรไกรตัดผมคุณภาพดีหนึ่งอันเสียอีก ในขณะที่กรรไกรหนึ่งอันซึ่งมีราคาตั้งแต่ประมาณ 77 ฿ ถึง 550 ฿ สามารถใช้งานได้นานหลายปี และใช้ได้กับทุกคนในครอบครัว เมื่อคำนวณดูแล้ว การลงทุนเพียงครั้งเดียวสามารถช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ
นอกเหนือจากเรื่องเงินแล้ว ความสะดวกสบาย คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คุณสามารถเปลี่ยนห้องนั่งเล่นที่แสนคุ้นเคยให้กลายเป็นซาลอนส่วนตัวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าวันหยุด หรือหลังเลิกงานในตอนค่ำ ไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจรหรือการหาที่จอดรถ บรรยากาศที่ผ่อนคลายในบ้านยังช่วยลดความประหม่า โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่อาจรู้สึกเกร็งเมื่อต้องบอกความต้องการกับช่างทำผมที่ไม่คุ้นเคย
หลายคนอาจกังวลว่าตนเองไม่มีทักษะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเล็มปลายผมหรือตัดทรงพื้นฐานนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณมี เครื่องมือที่เหมาะสม และเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานเล็กน้อย คุณก็จะสามารถดูแลทรงผมของตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างมั่นใจ การมีอุปกรณ์ที่ดีเปรียบเสมือนมีผู้ช่วยมือโปรอยู่ข้างกาย ทำให้การตัดผมเองที่บ้านเป็นประสบการณ์ที่สนุกและสร้างสรรค์ได้มากกว่าที่เคย
วิธีเลือกกรรไกรตัดผมสำหรับมือใหม่: มองหาอะไรก่อนตัดสินใจซื้อ?
การเลือกกรรไกรตัดผมที่ “ใช่” สำหรับมือใหม่นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือปัจจัยที่จะตัดสินว่าผลลัพธ์จะออกมาน่าพอใจหรือกลายเป็นฝันร้าย การเดินเข้าไปเลือกซื้อโดยไม่มีข้อมูลอาจทำให้คุณสับสนได้ ดังนั้น เรามาดูกันว่าปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณามีอะไรบ้าง
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ ความแตกต่างระหว่างกรรไกรตัดผมและกรรไกรทั่วไป หลายคนอาจคิดว่ากรรไกรตัดกระดาษหรือตัดผ้าที่คมๆ ก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่นั่นคือความเข้าใจที่ผิดอย่างมหันต์ ใบมีดของกรรไกรทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อ “บด” หรือ “ฉีก” วัสดุให้ขาดออกจากกัน ในขณะที่ใบมีดของกรรไกรตัดผมถูกเจียระไนมาอย่างพิเศษเพื่อให้ “ตัด” เส้นผมได้อย่างเฉียบคมและเรียบเนียน การใช้กรรไกรผิดประเภทจะทำให้ปลายผมถูกทำลาย เกิดการแตกปลาย และดึงรั้งเส้นผมจนเจ็บหนังศีรษะ

เมื่อเข้าใจความสำคัญของกรรไกรเฉพาะทางแล้ว ต่อไปนี้คือ 3 ปัจจัยหลักที่ต้องมองหา:
- ความคมและความทนทานของใบมีด (Sharpness & Durability): มองหาวัสดุที่ระบุว่าเป็น สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เป็นสนิมง่ายและรักษาความคมได้ดี ความคมของใบมีดคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การตัดเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดการดึงผม สำหรับการใช้งานทั่วไปในบ้าน ความยาวใบมีดประมาณ 5.5 ถึง 6.5 นิ้ว ถือเป็นขนาดมาตรฐานที่ควบคุมง่ายและใช้งานได้หลากหลาย
- ความปลอดภัย (Safety): สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ต้องตัดผมให้เด็กเล็กที่อาจขยับตัวไปมา กรรไกรปลายมน (Rounded/Safety Tip) คือตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด ปลายที่โค้งมนจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเผลอทิ่มแทงผิวหนังบริเวณใบหู ท้ายทอย หรือใบหน้าได้อย่างมาก ทำให้คุณตัดผมได้อย่างสบายใจไร้กังวล
- การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics): การตัดผมอาจใช้เวลานานกว่าที่คิด การเลือกกรรไกรที่มีด้ามจับถนัดมือจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ลองสังเกต ขนาดของวงแหวน ว่าพอดีกับนิ้วของคุณหรือไม่ ด้ามจับบางรุ่นมีการออกแบบให้มีที่พักนิ้วก้อย (Finger Rest) ซึ่งช่วยกระจายแรงและลดอาการเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี กรรไกรที่จับสบายจะช่วยให้คุณควบคุมทิศทางและองศาการตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
การลงทุนกับกรรไกรที่ดีตั้งแต่แรกจะช่วยให้การเรียนรู้ของคุณง่ายขึ้นและให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากกว่าการพยายามประหยัดเงินด้วยการซื้อของที่ไม่มีคุณภาพ
Quick Comparison: เปรียบเทียบประเภทกรรไกรสำหรับใช้งานในบ้าน
| ประเภทกรรไกร | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ | ช่วงราคาโดยประมาณ (฿) |
|---|---|---|---|
| กรรไกรปลายมน (Safety Scissors) | ปลอดภัยสูง ไม่ทิ่มผิวหนัง | เด็กเล็ก, ผู้เริ่มต้น, การเล็มผมหน้าม้า | 77 – 150 ฿ |
| กรรไกรสแตนเลสมาตรฐาน (Standard Steel) | คมทนทาน น้ำหนักเบา | ผู้ใหญ่, การตัดผมทรงสั้น-กลาง | 150 – 350 ฿ |
| กรรไกรเกรดมืออาชีพ (Pro-Grade Ergonomic) | จับถนัดมือ ลดอาการเมื่อย, คมกริบ | ผู้ที่ต้องการความละเอียด, ใช้บ่อย | 350 – 550 ฿ |
เทคนิคพื้นฐาน: เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มตัดผมในห้องนั่งเล่น
การเตรียมตัวที่ดีคือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จครึ่งหนึ่งของการตัดผมเองที่บ้าน การจัดเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ให้พร้อมจะช่วยให้ขั้นตอนการตัดของคุณราบรื่นขึ้น ลดความผิดพลาด และทำให้การทำความสะอาดหลังเสร็จงานเป็นเรื่องง่ายดาย
1. เลือกสถานที่และจัดแสงสว่าง: เลือกมุมในบ้านที่มี แสงสว่างเพียงพอ และส่องถึงอย่างทั่วถึง แสงธรรมชาติจากริมหน้าต่างในตอนกลางวันคือตัวเลือกที่ดีที่สุด หากจำเป็นต้องตัดในตอนกลางคืน ควรใช้โคมไฟช่วยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะเห็นแนวผมและรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน พื้นที่ควรเป็นบริเวณที่ทำความสะอาดง่าย เช่น พื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้ เพื่อให้เก็บกวาดเศษผมได้สะดวก
2. เตรียมอุปกรณ์ให้ครบครัน: รวบรวมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดไว้ใกล้ตัวก่อนที่จะเริ่มลงมือ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องลุกไปมากลางคัน อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีในชุดตัดผมที่บ้าน (Home haircut kit) ได้แก่:
- กรรไกรตัดผมและหวี: ตัวเอกของงาน ควรทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนใช้งาน
- ผ้าคลุมไหล่: ใช้ผ้าคลุมตัดผมโดยเฉพาะ หรือใช้ผ้าขนหนูเก่าๆ หรือถุงขยะขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เศษผมติดตามเสื้อผ้าและผิวหนัง
- กิ๊บหนีบผม: ใช้สำหรับแบ่งผมออกเป็นส่วนๆ (Section) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ตัดผมได้ง่ายและแม่นยำขึ้น
- ขวดสเปรย์ฉีดน้ำ: ผมที่เปียกหมาดๆ จะตัดง่ายกว่าผมที่แห้งสนิท เพราะจะทิ้งตัวและไม่ปลิวฟุ้ง
- กระจก: เตรียมกระจกบานใหญ่สำหรับมองด้านหน้า และกระจกถือสำหรับส่องเช็คความเรียบร้อยด้านหลังและด้านข้าง
3. การเตรียมสภาพเส้นผม: เริ่มต้นด้วยการสระผมให้สะอาดและใช้ครีมนวดเพื่อทำให้เส้นผมนุ่มและไม่พันกัน จากนั้นใช้ผ้าขนหนูซับผมจนหมาด ไม่เปียกจนน้ำหยด ใช้หวีซี่ห่างค่อยๆ สางผมจากปลายขึ้นไปจนถึงโคนเพื่อกำจัดปมทั้งหมด การแบ่งผมเป็นช่อๆ คือเทคนิคสำคัญที่มืออาชีพใช้ ควรใช้กิ๊บแบ่งผมออกเป็นอย่างน้อย 4 ส่วน (ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง) การทำงานทีละส่วนเล็กๆ จะช่วยให้คุณควบคุมความยาวได้สม่ำเสมอและไม่สับสน
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มต้นการผจญภัยในโลกแห่งการตัดผมด้วยตัวคุณเอง!
ขั้นตอนการตัดผมแบบ Step-by-Step สำหรับผู้ไม่เคยจับกรรไกร
ความกลัวที่ใหญ่ที่สุดของมือใหม่คือการตัดผมพลาดจนสั้นเกินไปและแก้ไขไม่ได้ ข่าวดีคือมีเทคนิคที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ และกุญแจสำคัญก็คือ “ตัดทีละน้อย และตรวจสอบบ่อยๆ” (Cut less, check more) อย่าใจร้อน และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
1. เริ่มต้นจากการเล็มปลายผม: สำหรับครั้งแรก ควรตั้งเป้าหมายแค่การเล็มปลายผมที่แห้งเสียออกไปก่อน อย่าเพิ่งพยายามเปลี่ยนทรงผมทั้งหมด
- แบ่งผมที่เตรียมไว้ (ผมหมาดและหวีเรียบร้อย) ออกเป็นช่อๆ ตามที่ได้เตรียมไว้
- เริ่มจากช่อด้านหน้าหรือด้านข้างที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด ใช้หวีสางผมช่อนั้นลงมาตรงๆ
- ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือข้างที่ไม่ถนัดคีบผมไว้ให้ตึง โดยเลื่อนนิ้วลงมาจนเกือบถึงปลายผมในจุดที่ต้องการจะตัดออก
2. ใช้เทคนิค “Point Cutting” เพื่อความนุ่มนวล: แทนที่จะตัดขวางเป็นเส้นตรงทื่อๆ ซึ่งจะเผยให้เห็นรอยตัดที่ไม่สม่ำเสมอได้ง่าย ให้ลองใช้เทคนิค Point Cutting เทคนิคนี้จะสร้างปลายผมที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติมากกว่า
- ถือกรรไกรในแนวตั้งฉากหรือเฉียงเล็กน้อย (ประมาณ 45 องศา) กับแนวผมที่คีบไว้
- ค่อยๆ ใช้ปลายกรรไกรตัดเข้าไปในปอยผม ทีละนิดๆ เหมือนเป็นการ “สับ” ปลายผมเบาๆ แทนการ “ตัด” ให้ขาดในครั้งเดียว
- เทคนิคนี้จะช่วยกำจัดความยาวไปพร้อมๆ กับการสร้างเท็กซ์เจอร์ ทำให้ผมดูไม่ทื่อ และที่สำคัญคือมันช่วยพรางความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ได้เป็นอย่างดี
3. การควบคุมความยาวและตรวจสอบความสมมาตร: ปัญหาการควบคุมมือไม่นิ่ง (Lack of steady hand control) เป็นเรื่องปกติสำหรับมือใหม่ การใช้เครื่องมือช่วยจึงสำคัญมาก
- ใช้หวีเป็นไกด์: วางหวีในแนวนอนใต้ช่อผมที่ต้องการตัด แล้วตัดเฉพาะผมที่เลยซี่หวีออกมา วิธีนี้ช่วยสร้างแนวเส้นตรงและป้องกันการตัดเข้าไปในเนื้อผมลึกเกินไป
- ตัดทีละน้อย: ย้ำอีกครั้ง! ให้ตัดออกน้อยกว่าที่คิดไว้เสมอ (ประมาณ 1/4 – 1/2 นิ้ว) เพราะผมเมื่อแห้งแล้วจะหดตัวและดูสั้นขึ้นกว่าตอนเปียก คุณสามารถกลับมาเล็มเพิ่มได้เสมอ
- ตรวจสอบความสมมาตร (Symmetry Check): หลังจากตัดผมไปได้ 2-3 ช่อ ให้ปล่อยผมลงมาแล้วหวีดู เปรียบเทียบความยาวของผมด้านซ้ายและขวากับจุดอ้างอิงบนร่างกาย เช่น คาง, ไหปลาร้า, หรือไหล่ ทำการปรับแก้ทีละนิดจนกว่าทั้งสองข้างจะเท่ากัน ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ ตลอดการตัด
4. การจัดการกับผมส่วนหลัง: ผมส่วนหลังเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุด หากไม่มั่นใจ อาจต้องขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน แต่ถ้าต้องการทำด้วยตัวเอง ให้ดึงผมส่วนหลังมาไว้ด้านข้างบริเวณไหล่ทีละช่อ แล้วตัดโดยใช้วิธีเดียวกันกับผมด้านหน้า การใช้กระจกสองบาน (บานหนึ่งด้านหน้า อีกบานถือไว้ด้านหลัง) จะช่วยให้คุณมองเห็นได้ดีขึ้น
จำไว้ว่าการฝึกฝนคือสิ่งสำคัญที่สุด ครั้งแรกอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อคุณคุ้นเคยกับน้ำหนักของกรรไกรและจังหวะของตัวเองแล้ว ครั้งต่อไปจะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
การดูแลรักษากรรไกรตัดผมให้คมและใช้งานได้ยาวนาน
การซื้อกรรไกรตัดผมคุณภาพดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีคือสิ่งที่ทำให้การลงทุนของคุณคุ้มค่าในระยะยาว กรรไกรที่คมกริบและทำงานได้อย่างราบรื่นไม่เพียงแต่จะให้ผลลัพธ์การตัดที่ดีกว่า แต่ยังปลอดภัยกว่าอีกด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง การดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ที่สุดอย่าง “สนิม” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการดูแลรักษาหลังใช้งานทุกครั้ง:
- การทำความสะอาด: หลังตัดผมเสร็จ ใช้แปรงขนนุ่มปัดเศษผมที่ติดอยู่ตามใบมีดและบริเวณจุดหมุนออกให้หมด จากนั้นใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ หรือแอลกอฮอล์เล็กน้อยเช็ดคราบน้ำมันจากเส้นผมหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่อาจติดอยู่บนใบมีดออกไป
- การเช็ดให้แห้งสนิท: นี่คือขั้นตอนที่ สำคัญที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดสนิม ใช้ผ้าแห้งและสะอาดเช็ดกรรไกรทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใบมีดและซอกเล็กๆ ตรงกลางของจุดหมุนจนแน่ใจว่าแห้งสนิทจริงๆ อย่าเก็บกรรไกรในขณะที่ยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่เด็ดขาด
- การหยอดน้ำมันหล่อลื่น: ทุกๆ 2-3 ครั้งของการใช้งาน หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง ควรหยอดน้ำมันสำหรับกรรไกรโดยเฉพาะ หรือน้ำมันจักรเพียง 1-2 หยดลงบนบริเวณจุดหมุน (Pivot Screw) จากนั้นเปิดและปิดกรรไกรช้าๆ หลายๆ ครั้งเพื่อให้น้ำมันกระจายตัวอย่างทั่วถึง น้ำมันจะช่วยลดการเสียดสี ทำให้การตัดลื่นไหล และยังช่วยเคลือบผิวโลหะเพื่อป้องกันความชื้นอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำมันส่วนเกินออก
- การจัดเก็บที่เหมาะสม: เก็บกรรไกรไว้ในซองหรือกล่องที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งมักจะออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระแทกและความชื้น หลีกเลี่ยงการโยนกรรไกรลงในลิ้นชักรวมกับของอื่นๆ เพราะอาจทำให้ใบมีดบิ่นหรือเสียหายได้ ควรเก็บในที่แห้งและพ้นมือเด็ก
การสละเวลาเพียง 2-3 นาทีเพื่อดูแลรักษากรรไกรหลังการใช้งาน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของมันไปได้อีกหลายปี ทำให้ความคมคงอยู่ยาวนาน และพร้อมสำหรับภารกิจตัดผมครั้งต่อไปเสมอ
Frequently Asked Questions (FAQs) — คำถามที่พบบ่อย
- Q: กรรไกรตัดผมราคาหลักร้อยบาท ต่างกับราคาหลายร้อยบาทอย่างไร?
A: ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่คุณภาพของวัสดุสแตนเลสและความคงทนของความคมครับ กรรไกรในช่วงราคา 77-150 ฿ มักทำจากเหล็กเกรดพื้นฐาน เหมาะสำหรับการใช้งานไม่บ่อยหรือเล็มเล็กๆ น้อยๆ ในขณะที่รุ่นราคา 300-550 ฿ มักใช้สแตนเลสเกรดสูงกว่า ทำให้รักษาความคมได้ยาวนานกว่ามาก ตัดแล้วผมไม่ช้ำ ไม่แตกปลาย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับใช้ในระยะยาวทั้งครอบครัว - Q: กลัวตัดผมลูกสั้นเกินไป มีเทคนิคอะไรช่วยให้ปลอดภัยบ้าง?
A: แนะนำให้เลือกใช้กรรไกรปลายมน (Rounded Tip) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และใช้เทคนิค “หวีนำ” ครับ โดยใช้หวีรองช่อผมที่ต้องการตัดแล้วตัดเฉพาะส่วนที่เลยซี่หวีออกมา วิธีนี้จะช่วยสร้างระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างใบมีดกับหนังศีรษะของเด็ก และยังช่วยให้คุณควบคุมความยาวที่จะตัดออกไปได้อย่างแม่นยำกว่าการใช้เพียงนิ้วมือคีบผมอย่างเดียว - Q: ในสภาพอากาศร้อนชื้น ใบมีดกรรไกรเป็นสนิมง่ายไหม ควรดูแลอย่างไร?
A: ใช่ครับ ความชื้นในอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โลหะเกิดสนิมได้ง่าย การดูแลที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก หลังใช้งานทุกครั้ง ต้องเช็ดทำความสะอาดและ เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณจุดหมุน ก่อนเก็บเข้าซองหรือกล่องเสมอ หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน แนะนำให้หยอดน้ำมันหล่อลื่นบางๆ ที่ใบมีดเพื่อเคลือบป้องกันอากาศและความชื้น - Q: คนมือซ้ายสามารถใช้กรรไกรตัดผมทั่วไปได้หรือไม่?
A: กรรไกรตัดผมส่วนใหญ่ในท้องตลาดถูกออกแบบมาสำหรับคนถนัดขวา ซึ่งเมื่อคนถนัดซ้ายนำมาใช้ อาจรู้สึกว่าใบมีดเบียดกันผิดปกติและทำให้ผมงอแทนที่จะตัดขาดอย่างคมกริบ หากเป็นไปได้ การลงทุนกับกรรไกรสำหรับคนถนัดซ้าย (Left-handed) โดยเฉพาะจะช่วยให้ทำงานได้สบายและแม่นยำกว่า แต่สำหรับการตัดเล็มง่ายๆ ที่บ้าน มือใหม่บางท่านอาจพอปรับมุมมือเพื่อใช้งานได้ แต่ก็อาจไม่สะดวกเท่าที่ควรครับ









